รวบแก๊งเสี่ยกำมะลอ หลอกซื้อที่ดิน 450 ล้าน เนียนรูดเงินเกิน ขอคืนส่วนต่าง 50 ล้าน

        รวบ 2 เสี่ยกำมะลอ หลังหลอกซื้อที่ดิน 450 ล้าน รูดบัตรเครดิตจ่าย แต่ขอเงินส่วนต่างคืนเกือบ 50 ล้าน ด้านเจ้าของที่ดินจับสังเกตพิรุธ แจ้งตำรวจซ้อนแผนบุกจับทันควัน วันที่ 22 สิงหาคม 2560 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.ท. ภูริวัฒน์ รอดเกิด สารวัตรสืบสวน สภ.บ่อผุด พร้อมกำลังชุดสืบสวน ได้ร่วมวางแผนจับกุมตัว นายสุรชัย กิจบำรุง อายุ 69 ปี นายสุวิชาญ ยั่งยืนวงศ์ อายุ 71 ปี และ น.ส.สุดตา ภูสีน้ำ อายุ 49 ปี นกต่อทำหน้าที่นายหน้าติดต่อประสานงาน หลังทำทีมาขอซื้อที่ดินติดชายทะเลในพื้นที่ ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย มูลค่า 450 ล้านบาท ของนายชา ชิมสกุล อายุ 64 ปี ซึ่งมีตำแหน่งเป็นนายกสมาคมกอล์ฟเกาะสมุย

  สำหรับพฤติกรรมของเสี่ยกำมะลอได้มาติดต่อขอซื้อที่ดินมูลค่า 450 ล้านบาท โดยทั้งนายสุรชัยและนายวิชาญ แต่งกายภูมิฐานในมาดเศรษฐีมีเงิน อ้างว่ามีนักลงทุนต่างประเทศสนใจที่ดินแปลงดังกล่าว จึงได้มีการนัดเจรจาและตกลงทำสัญญาซื้อขาย โดยนายวิชาญยื่นเงื่อนไขว่าจะจ่ายเงินทั้งหมดผ่านการรูดบัตรเครดิต ซึ่งเครื่องรูดบัตรเครดิตสามารถรูดได้ไม่เกินครั้งละ 1 ล้านบาท ทำให้การซื้อขายที่ดินในครั้งนี้ ต้องรูดเกือบประมาณ 500 ครั้ง ครั้งละ 999,999 บาท ผ่านบัตรเครดิต 2 ธนาคาร

ทั้งนี้ ปรากฏว่าเมื่อรูดบัตรไปแล้วเกิดปัญหา สองเสี่ยปลอมมีอาการไม่พอใจ โวยวาย และทำทีโทร. ไปต่อว่ากับทางธนาคาร จากนั้นไม่นานก็มีข้อความอ้างว่าเป็นของธนาคารแห่งหนึ่งเข้าเครื่องนายชา เจ้าของที่ดินว่า มีเงินเข้ามาในบัญชีจำนวน 492 ล้านบาท สร้างความตกใจให้แก่นายชา เพราะเงินจำนวนนี้เยอะกว่าที่ตกลงซื้อขายที่ดินเกือบ 50 ล้านบาท แต่ทว่านายชาจับสังเกตได้ว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล เนื่องจากสองเสี่ยจะให้นายชาเอาเงินส่วนต่างอีก 42 ล้านบาท ที่อ้างว่าโอนเข้าบัญชีไปเกินมาคืนให้ แต่นายชากลับแจ้งตำรวจจนสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันพยายามหลอกลวงฉ้อโกงทรัพย์ ก่อนส่งตัว 2 ผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่นายชาเจ้าของที่ดิน ได้ฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ ว่าอย่าหลงเชื่ออะไรง่าย ๆ ไม่เช่นนั้นจะตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพได้

 

 


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา :khaosod

เปิดใจเจ้าของร้านอาหาร ฮีโร่นำตำรวจบุกช่วยหญิงสาว ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย

 

       เปิดใจเจ้าของร้านอาหาร ฮีโร่นำตำรวจบุกช่วยหญิงสาว ไลฟ์สดฆ่าตัวตายจนปลอดภัย นำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านโป่ง ด้านหญิงสาวโพสต์ขอโทษ ขอบคุณทุกกำลังใจ
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2560 โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กได้มีการเผยแพร่ข้อความให้กำลังใจหญิงสาวรายหนึ่งใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี หลังเกิดอาการเครียดตัดพ้อชีวิต และจะฆ่าตัวตายโดยการโพสต์ live สด ผ่านหน้า Facebook ของตนเอง ซึ่งทางเพื่อน ๆ ต่างตกใจ และห้ามปราม กระทั่งภาพดังกล่าวดับไป

ต่อมานายถนอม บุญเกิด อายุ 43 ปี เจ้าของร้านอาหาร ผู้ที่ชมการ live สด ได้เข้าช่วยเหลือจนหญิงคนดังกล่าวปลอดภัย พร้อมเล่าเหตุการณ์วินาทีชีวิตดังกล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ตนกำลังเดินทางนำอาหารไปส่งลูกค้าในตัวตลาดบ้านโป่ง และระหว่างเดินทางได้มีแสงไฟแจ้งเตือนเข้ามายังโทรศัพท์จึงหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นการแจ้งเตือนของหญิงสาวรายหนึ่งที่เคยเป็นลูกค้าร้านอาหารของตน เป็นภาพขณะที่หญิงสาวคนดังกล่าวกำลังนั่งใช้เชือกเตรียมที่จะคล้องที่คอเพื่อหวังจะผูกคอตาย

ดังนั้น ตนเองจึงได้พยายามพูดเตือนผ่านข้อความ live สด ว่า “ให้มีสติ อย่าคิดสั้น ทุกอย่างมีทางออก” แต่หญิงสาวคนดังกล่าวก็ไม่สนใจพยายามใช้เชือกคล้องไปที่คอและดึงปมรูดเข้าไปที่คอ ตนจึงรีบตัดการ ชมภาพ live สดและรีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง เข้าช่วยเหลือทันที จากนั้นตนจึงรีบเข้าไปชมการ live สดที่หน้า Facebook ของหญิงสาวคนดังกล่าวอีกครั้ง แต่ปรากฏว่าภาพนั้นได้หยุดการ live สดไปแล้ว ตนจึงรีบตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังบ้านของหญิงสาวคนนั้นทันที

นายถนอม กล่าวอีกว่า เมื่อตนเองมาถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นห้องเช่าภายในซอยแดงเฟอร์นิเจอร์ เป็นห้องเช่าแถว ห้องดังกล่าวอยู่ห้องที่ 3 จากซ้ายมือ ประตูปิดล็อคอย่างแน่นหนา ลองใช้มือหมุนลูกบิดดูปรากฏว่าล็อค ไม่สามารถเปิดได้ ตนและเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันพังประตูเข้าไป และพบว่าด้านในมีแต่ความมืดสนิท และมีห้องนอนอีก 1 ห้อง ปรากฏว่าล็อคเช่นเดียวกัน ตนเองพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตะโกนเรียกว่า “มีใครอยู่ไหม” เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับจึงรีบพังประตูเข้าไป ก็ไม่เห็นอะไรเพราะมีความมืดมากจึงหาสวิตช์ไฟ และเมื่อเปิดไฟสว่างตนเองจึงมองดูรอบห้องพบร่างของหญิงสาวคนดังกล่าวนอนหมดสติในท่านั่งอยู่บริเวณติดกับหน้าต่างและมีสายไฟรัดที่ลำคออยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจโผเข้าไปนำสายไฟออกจากที่ลำคอและเช็คชีพจรที่ข้อมือ เมื่อพบว่ายังมีการเต้นข้องชีพจรจึงได้รีบวอแจ้งขอกำลังรถพยาบาลจากโรงพยาบาลบ้านโป่งเพื่อนำร่างของหญิงสาวรายนี้ส่งรักษาตัวทันที

 

 

จากการสำรวจร่างกายพบว่าที่ลำคอมีรอยแดงช้ำที่เกิดจากสายไฟรัดแน่น และที่ข้อมือซ้ายมีแผลถูกกรีดด้วยของมีคม คือมีดคัตเตอร์ จำนวน 4-5 รอย นอกจากนั้นที่บริเวณใกล้เคียงยังพบเด็กประมาณขวบเศษกำลังนอนดูดนม อยู่ใกล้กันซึ่งเป็นภาพที่น่าสลดยิ่งนัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเด็กมอบให้คนที่อยู่ข้างห้องดูแลชั่วคราว และตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

หลังจากที่สถานการณ์คลี่คลาย หน้าเฟซบุ๊กของหญิงสาวรายนี้ได้มีการโพสต์ข้อความขอโทษทุกคนที่ตนเองตัดสินใจทำเรื่องดังกล่าวลงไป ทำให้ทุกคนต้องตื่นตระหนกและขอบคุณทุกคนที่เข้าใจกับปัญหาเรื่องส่วนตัวและเข้ามาให้กำลังใจ

สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  
ที่มา : kapook

เยาวชนปีนกำแพงหนีสถานพินิจฯ กลางดึก ตร.ตามเจอ มุดอยู่ใต้ท้องรถ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เยาวชนปีนกำแพงหนีสถานพินิจฯ กลางดึก ตร.ตามเจอ มุดอยู่ใต้ท้องรถ

     เยาวชนวัย 17 ปี ปีนกำแพงหนีออกจากสถานพินิจฯ กลางดึก ตำรวจตามเจอ ยังมุดหนีใต้ท้องรถยนต์ เด็กเผยคิดถึงแม่อยากกลับบ้าน หลังถูกจับคดีลักทรัพย์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 60 เวลา 21.30 น. สถานีตำรวจภูธรเมืองตราด ได้รับแจ้งจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตราด มีเยาวชนปีนกำแพงหนีออกจากสถานพินิจฯ ชื่อ นายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี หลังรับแจ้งแล้วประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองตราด ระดมกำลังค้นหา

ซึ่งเส้นทางการค้นหาและติดตามเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งหน้าไปทางบ้านท่าเรือจ้าง เนื่องจากบ้านนายเอ็ม อยู่ใกล้เคียงกับวัดคลองเพชร ถนนสายท่าเรือจ้าง ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจขี่รถจักรยานยนต์มาตามเส้นทางดังกล่าว อีกเพียง 200-300 เมตร ก็จะถึงวัดคลองเพชร ได้สั่งสังเกตเห็นชายลักษณะใกล้เคียงกับที่ได้รับแจ้ง จึงเข้าแสดงตัว แต่ชายรายนี้หนีเข้าไปใต้ท้องรถยนต์ของชาวบ้านที่จอดอยู่หน้าบ้าน และพบว่าชายรายนี้คือนายเอ็ม ที่หนีออกมาจากสถานพินิจฯเมื่อ 15 นาทีที่แล้ว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เยาวชนปีนกำแพงหนีสถานพินิจฯ กลางดึก ตร.ตามเจอ มุดอยู่ใต้ท้องรถ

เจ้าหน้าที่พยายามเกลี่ยกล่อมอยู่นานหลายนาที นายเอ็ม ก็ไม่ยอมออกมา ทำให้ชาวบ้านและประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา เริ่มมุงดูเห็นการณ์ ก่อนที่นายเอ็มจะใจอ่อนออกมาจากใต้ท้องรถแต่โดยดี ซึ่งนายเอ็มให้เหตุผลที่หนีออกมา เพราะคิดถึงบ้านอยากกลับมาหาแม่ หลังถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์เมื่อสัปดาห์ก่อน และอยู่ในระหว่างการควบคุมของสถานพินิจฯ จ.ตราด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตราด ควบคุมตัวกลับสถานพินิจฯ ต่อไป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เยาวชนปีนกำแพงหนีสถานพินิจฯ กลางดึก ตร.ตามเจอ มุดอยู่ใต้ท้องรถ

เยาวชนปีนกำแพงหนีสถานพินิจฯ กลางดึก ตร.ตามเจอ มุดอยู่ใต้ท้องรถ

 

สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : sanook

แก๊งยาบ้า”สาวนะยะ-สาวแท้”ดวลเดือดตำรวจ ส.ต.ต.พลีชีพโดนยิงร่างพรุน 13 นัด

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังเจ้าหน้าทีตำรวจทั้งของภาค 5 ของตำรวจภูธรจังหวัดเชียวใหม่ ได้ออกปิดล้อมไล่ล่าคนร้ายที่ขับรถแหกด่านหลบหนีไปและอีกคนถูกเจ้าหน้าที่ยิงได้รับบาดเจ็บหลังก่อเหตุยิงตำรวจเสียชีวิต ขณะเข้าจับกุมยาเสพติด โดย พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย รรท.ผบก.ภ เชียงใหม่ ได้สั่งการให้ตำรวจติดตามไล่ล่าตัวคนร้ายรายนี้มาให้จงได้ ซึ่งการปิดล้อมได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น ตลอดทั้งคืน 

201611300916418-20021028190509

พ.ต.อ.สรายุทธ เปิดเผยว่า เหตุการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 29 พ.ย.ที่่ผ่านมา ร.ต.อ.จรินทร์ วิริยา รอง สว.สอบสวน สภ.แม่แตงเชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีเหตุตำรวจ ปส.เชียใหม่ ได้ปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด มีการยิงกัน เหตุเกิดบริเวณสี่แยกบายพาสเชียงใหม่-ปาย บ้านห้วยไร่ หมู่ 9 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตงเชียงใหม่

201611300916416-20021028190509

มีตำรวจถูกยิงบาดเจ็บและเสียชีวิต และมีคนร้ายที่ก่อเหตุถูกยิงและได้หลบหนีไปในป่าละเมาะในที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ที่ถูกยิงคือ ส.ต.ต.ศิริยุทธ น้อยอรุณ อายุ 23 ปี ตำรวจสังกัดชุด ปส.ภ.จ.เชียงใหม่ ถูกยิงเข้าที่สีข้างด้านขวาทะลุ นำตัวส่ง รพ.แม่แตงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

201611300924494-20021028190509

สำหรับในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีแม๊ก ทะเบียน 9727 เชียงใหม่ ถูกกระสุนจนพรุน และปลอกกระสุนตกพื้นประมาณ 20 ปลอก ทางตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาเป็นสาวประเภทสองไว้ได้ คือ นายธนาวุฒิ วิฑิชุมพร อายุ 30 ปี ที่มากับกลุ่มคนร้าย

201611300916415-20021028190509

ตรวจค้นในรถยนต์พบยาบ้า 2,000 เม็ด วางอยู่บนเบาะ และพบรถเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ปฏิบัติการ ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน บห 5571 เชียงใหม่ ด้านหน้าพัง และทราบว่า ยังมีคนร้ายเป็นหญิงขับรถเก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ หลบหนีไปได้ 1 คน และมีคนร้ายที่ยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิต ถูกยิงเช่นกัน และได้กระเสือกกระสนหลบหนีเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง ทางเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังปิดล้อมไล่ล่าอยู่ในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต่อมา ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงของภาค 5 นำโดย พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบช.ภาค 5 ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุและได้ส่งชุดปฏิบัติการเสริมไล่ล่าคนร้ายที่หลบหนี

พล.ต.ต.ภาณุเดชเปิดเผยว่า จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จ.เชียงใหม่ ทราบว่า มีแก๊งค้ายาเสพติดชาวลีซอ นำยาเสพติดมาส่งให้กับลูกค้าโดยนัดหมายกัน ที่บริเวณสี่แยกถนนบายพาสเชียงใหม่ -ปาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ซุ่มกำลังดูจนพบว่า มีการซื้อขายยาเสพติดในรถยนต์เก๋งของคนร้าย ขณะที่นำยาเสพติดมาให้ทางตำรวจที่ล่อซื้อ คนร้ายมากันทั้งหมด 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน ผู้หญิงเป็นคนขับรถยนต์

เมื่อมีการนำยาเสพติดออกมาใส่รถ ทางตำรวจจึงได้แสดงตัว ทางคนร้ายได้เกิดแย่งปืนกับตำรวจ โดยตำรวจเห็นคนร้ายชักปืนจึงได้จู่โจมเข้าไปแย่งปืนทันที คนร้ายยิงใส่ตำรวจ ส.ต.ต.ศิริยุทธ จำนวน 13 นัด จนทรุดลง ตำรวจที่ตามมาจึงได้ยิงต่อสู้กับคนร้าย จนคนร้ายบาดเจ็บและได้กระเสือกกระสนหลบหนีเข้าป่าละเมาะข้างทาง

ส่วนคนร้ายที่เป็นหญิงอาศัยจังหวะชุลมุนขับรถหลบหนีไปได้ ทางตำรวจสามารถจับกุมตัวนายธนาวุฒิ วิทิชุมพร สาวประเภทสองเอาไว้ได้ ส่วนคนร้ายที่ถูกเจ้าหน้าที่ยิงบาดเจ็บและหนีไปได้นั้นชื่อ นายประเสริฐ เลาลี่ อายุ 30 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ ซั่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังไล่ล่าตวอยู่ในขณะนี้ และตอนนี้ก็รู้ที่อยู่ของคนร้ายแล้วและได้นำกำลังเข้าไปเข้าตรวจค้นบ้านของคนร้ายแล้วในขณะนี้

201611300924494-20021028190509

 ที่มา:khaosod

ตั้งด่านปิดทางเข้า-ออกหมู่บ้านชายแดนสกัดแก๊งยาบ้า จ่อค้นรังกดดันสมุน ‘เล่าต๋า’

          เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 4 พ.ย. ตามที่ทางพลโทธนา จารุวัติ แม่ทัพน้อยที่ 3 ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ พร้อมด้วยนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งให้ส่วนราชการพร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ได้เข้าปฏิบัติการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ บ้านห้วยส้าน และหย่อมบ้านบริวาร ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในปฏิบัติการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่นั้นได้บูรณาการงานของหน่วยงานต่างๆ เข้าทำการช่วยเหลือ และรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อความมั่นคงอย่างต่อเนื่องและถาวร พร้อมส่งกำลังทหาร จัดชุดปฏิบัติการ 3 ชุด เข้าทำการดูแลความเรียบร้อยและรับเรื่องราวต่างๆ พร้อมร่วมในการแก้ปัญหาในหมู่บ้าน

201611040916304-20050615152710

โดยจัดชุดกองร้อยทหารพราน 3106 จำนวน 1 ชุด จัดชุดทหารปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ 1 ชุด และชุดทหารพัฒนาสัมพันธ์มวลชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 อีก 1 ชุด ให้เข้าร่วมในการบูรณาการสร้างความมั่นคงในพื้นที่หมู่บ้านห้วยส้านหมู่ที่ 10 ตำบลท่าตอนอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

201611040916302-20050615152710

โดยให้พ.อ.ชัยยันต์ สิรสุนทร ผู้บังคับการควบคุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือที่ 1 ให้ดูแลและดำเนินการ ปราบปรามขบวนการยาเสพติดให้หมดไปโดยเร็ว และในวันนี้ได้จัดกำลังทหารทั้ง 3 ชุดเข้าทำการประจำการในหมู่บ้านและดำเนินการตามยุทธวิธี ในช่วงเช้าได้ปิดตั้งด่านหน้าทางเข้าหมู่บ้านห้วยส้าน เพราะว่าจะยังมีกลุ่มผู้ซื้อและผู้เสพรายย่อยที่ยังเข้าไปหาซื้อทั้งยาบ้า ยาไอซ์ และเฮโรอินในหมู่บ้าน

จากการตรวจค้นไม่ได้สิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เป็นการประกาศให้ทราบว่าส่วนราชการเอาจริงจับและตรวจยึดทรัพย์จริง แต่ก่อนจะมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เข้าช่วงเช้าๆจำนวนมากพอตั้งด่านรถเหล่านั้นก็หายไปหมด เป็นการกดดันกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด ทางทหารปิดทางเข้าหมู่บ้านห้วยส้านทั้งด้านบนและด้านล่าง และจะเข้าทำการตรวจค้นบ้านที่มีพฤติกรรมที่เป็นลูกสมุนของนายเล่าต๋า แสนลี่อดีตราชายาเสพติดต่อไป ทั้งในหมู่บ้านและหย่อมบ้านที่ติดกับชายแดน

201611040916301-20050615152710

ที่มา:khaosod

ทราย เจริญปุระ สะท้อนใจ เห็นคลิปป้าโดนตบ วอนทุกคนเมตตาผู้ป่วย

ทราย เจริญปุระ

           ทราย เจริญปุระ โพสต์เล่าเหตุการณ์คุณแม่หายไปจากบ้าน เผยเห็นคลิปป้าโดนตบแล้วสะท้อนใจ วอนทุกคนมีเมตตากับผู้ป่วย แนะหากเจอเหตุไม่เหมาะสม ควรแจ้งตำรวจ

           จากประเด็นร้อน หญิงสูงอายุคนหนึ่งถูกตบ โดยคู่กรณีอ้างว่าคุณป้ารายนี้พูดหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ทำให้ตนทนไม่ได้ ก่อนที่จะมีผู้ออกมาให้ข้อมูลอีกด้านว่า คุณป้ารายดังกล่าวเป็นคนสติไม่ดี ชอบพูดคนเดียว มีอาการทางประสาท ดังนั้นคนที่เจอ อย่าไปทำร้ายป้าเลย ควรหาทางติดต่อญาติเพื่อให้มาตักเตือนและดูแลจะดีกว่า

           ล่าสุด (18 ตุลาคม 2559) นักแสดงสาวชื่อดัง ทราย เจริญปุระ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Inthira Itr Charoenpura เล่าเหตุการณ์ที่คุณแม่ของเธอซึ่งป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมหายตัวไปจากบ้าน ก่อนจะเจอตัวที่ร้านทำผม โดยแม่บอกว่า อยู่บ้านแล้วหดหู่ อยากออกมาข้างนอกลูกก็ให้ใส่แต่เสื้อสีดำ แม่จึงหากุญแจรถขับออกมาเอง

           พอวันนี้เธอได้เห็นคลิปของคุณป้าที่โดนตบแล้วก็สะท้อนใจ คิดถึงแม่ตัวเอง แม่ของเธอก็อยากไปที่วัดพระแก้ว เธอเองก็อยากไป อยากพาแม่ไปด้วย แต่แค่นี้แม่เธอยังไม่อยากแต่งดำ ซ้ำยังใช้คำพูดแบบเดิม ๆ ที่เคยปาก หากจะพาท่านไป เธอก็กลัวว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน พร้อมวอนไปถึงทุกคนว่า ขอให้เมตตากัน ผู้ป่วยหลาย ๆ โรค สามารถรับมือกับความจริงและการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ดีนัก บางอาการไม่สามารถปรับข้อมูลในสมองให้ทันต่อโลกได้ บางอาการก็อยู่แต่ในโลกของตัวเอง ไม่ได้แกล้งเป็น ไม่มีใครอยากเป็นจริง ๆ พร้อมทิ้งท้ายว่า “ใครที่พบเจอเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและรู้สึกว่าไม่เหมาะสม แจ้งตำรวจหรือผู้รับผิดชอบเถอะนะคะ ถือความเมตตาเป็นอาภรณ์แก่ตัวคุณเถอะค่ะ”

           หมายเหตุ : ในการนำเสนอข่าวนี้ครั้งแรก ทางทีมข่าวมิได้นำข้อมูลทั้งหมดที่คุณทรายเขียนมาลงประกอบไว้ด้วย เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบข้อความทั้งหมดที่คุณทรายเขียน ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้อ่านได้ ทั้งนี้ ล่าสุด ทีมข่าวได้ปรับแก้ไขใหม่เรียบร้อยแล้ว และต้องขออภัยคุณทรายมา ณ ที่นี้ด้วย
          

ทราย เจริญปุระ

ทราย เจริญปุระ
ทราย เจริญปุระ
ที่มา:kapook